2005/Sep/24

กลับมาแล้วคร้าบ กลับมาอัพกันอีกครั้ง หุหุ อู้อัพบลอคไปนานเลยอ่ะ ขี้เกียจซะก็เป็นส่วนใหญ่ - -" แล้วไดฮับก็เกิดมีปัญหาอีก ก็เลยต้องย้ายบ้านไปอยู่รังใหญ่แต่งไดซะสวยกว่าเดิม อัพไดมา 5 ครั้งทำธีมใหม่ไปแล้ว 3 รอบ ไม่ได้แต่งไดมันส์อย่างงี้มานานแระ แล้วช่วงที่ผ่านมาก็นั่งเล่น SRW@3จบไปแล้ว 3 รอบตอนนี้กะลังเล่นสายสุดท้ายเซเรน่า ดึ๋งๆ ไร้เทียมทานอยู่หวังจะเอาฉากลับงับ (ใครไม่ได้เล่นก็งงกันไป ^^") เฮ้อ...ข้ออ้างๆ ทั้งน้านนนน

ขอนอกเรื่องอีกสักหน่อย ไฟนอลเอซี มันส์มากขอรับ เฮียคลาวเท่มากอ่ะ อยากได้ชุด ultimate limited จัง แต่ราคาหมื่นหกนั้นช่างโหดร้าย จะเอาเงินเก็บสำหรับซื้อเพลสามไปซื้อนั้นก็กระไรอยู่ แต่ถึงไม่มีชุดอัลติเมทเราก็โหลด last order มาดูได้ เฮียแซ็คเป็นพระเอกไปซะแล้ว

มาเข้าเรื่องกันดีกั่ว - - - ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้างต้นเลย เพราะวันนี้เราจะพูดเรื่องของ "สี่ตำลึงปัดพันชั่ง" งับ ขอบอกว่าวันนี้ไม่ค่อยมีหลักการเท่าไหร่ (เคยมีด้วย???)

พูดถึงความหมายกันก่อนงับ "สี่ตำลึงปัดพันชั่ง" (จะปัดหรือปาดก็ได้นะ) ไม่น่าหมายถึงหน่วยเงินตราของจีนแต่อย่างใด แต่หมายถึงหน่วยการวัดน้ำหนักของจีน (จริงๆ จีนสมัยก่อยก็ไม่มีการนับหน่วยเงินตราอยู่แล้ว เพราะการวัดค่าของเงินตราก็คือการวัดน้ำหนักของเงินหรือทองแบบที่เราเห็นตามหนังจีนที่มันเป็นก้อนๆ น่ะแหละ ส่วนค่าเงิน"หยวน" ก็เพิ่งมีในสมัยหลังนี่เอง) สี่ตำลึงปัดพันชั่งก็คงหมายถึงการใช้สิ่งที่มีน้ำหนักน้อยๆ ไปปัดสิ่งของที่มีน้ำหนักเยอะ เข้าทำนองเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุก (แล้วงัดได้ด้วย) ในที่นี้แทนความหมายถึงการใช้พลังมากกว่าจะใช้สิ่งของกันจริงๆ

(ผมคิดว่า) เคล็ดสี่ตำลึงปัดพันชั่ง มาจากหลักการของไทเก็ก จริงๆ แล้วเคยมีการถกเถียงกันถึงหลักการของไทเก็ก คือได้มีการอ้างถึงการใช้อ่อนสยบแข็งช้าสยบเร็ว ฯลฯ แต่ก็มีคนแย้งว่าในนิยาย (อ้างอิงจากในดาบมังกรหยก) เตียซำฮงได้พูดถึงหลักการของไทเก็กว่าคือการใช้ความสงบสยบเคลื่อนไหวเพียงอย่างเดียว ถ้ามองจากมุมมองผมนะ ผมคิดว่าหลักการของไทเก็กน่าจะกว้างกว่านั้นมาก เราจะเห็นว่าจะมีสัญลักษณ์อย่างหนึ่งอยู่คู่กับไทเก็ก (และเมื่อพูดถึงบู๊ตึ๊ง) นั่นก็คือ "หยิน-หยาง"ซึ่งโดยความหมายแล้วหยิน-หยาง คือการเปรียบทุกสรรพสิ่งในโลกว่ามีเป็นคู่ และในตัวของทุกสิ่งก็จะมีคู่ของมันแฝงอยู่ (ในหยางมีหยิน ในหยินมีหยาง) ซึ่งเป็นหลักของความสมดุล เพราะฉะนั้นผมคิดว่าไม่ว่าจะเป็นหลักการของ สงบสยบเคลื่อนไหว อ่อนสยบแข็ง หรืออะไรก็ตามทีล้วนแล้วแต่เป็นหลักการเดียวกันที่ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบต่างกันมากกว่า (จะอธิบายให้มันเห็นภาพยังไงดีหว่า เขาว่าการฝึกยุทธ์ต้องมีและใช้จินตนาการ)

เคล็ด สี่ตำลึงปัดพันชั่ง เราจะเห็นได้ตามหนัง/นิยาย จีนทั่วไป ค่อนข้างจะเป็นวิชาที่พื้นฐานเหมือนกับว่าใครๆ ก็ใช้ได้ รูปแบบของมันก็คือการปัดวิชาการต่อสู้ต่างๆ ของฝ่ายตรงข้ามให้พ้นไปจากตัวผู้ใช้ จริงๆ แล้วก็คือการใช้แรงของศัตรูจู่โจมตัวเองคล้ายๆ หลักยืมพลังใช้พลัง ถ้าใครเคยเรียนศิลปะการต่อสู้ทั่วๆ ไปที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ยูโด ไอคิโด ฯลฯ ก็จะพบว่ามีหลายท่าที่ใช้หลักการของสี่ตำลึงปัดพันชั่ง (เช่น ศัตรูชกเรา เราก็ฉากหลบออกข้างพร้อมกับผลักศัตรูไปข้างหน้า ศัตรูก็จะพุ่งไปตามแรงซึ่งจริงๆ เป็นแรงของตัวเอง) ซึ่งตามความรู้สึกผมสี่ตำลึงปัดพันชั่งเป็นวิชาที่เอาไว้ป้องกันตัวนะ ถ้ามีเรื่องของการโจมตีสวนกลับก็จะกลายเป็นยืมพลังใช้พลัง ซึ่งจะมีวิชามากมายที่อยู่บนพื้นฐานของหลักการนี้ เช่น "ต่อบุปผาเชื่อมหยก" ของวังคลื่นบุปผา (เซียวฮื้อยี้) เอาที่เวอร์ๆ หน่อยก็แบบ วิชาเคลื่อนย้ายจักรวาลของม้อก้า หรือว่า ดาวเคลื่อนดาราคล้อยกับเคล็ดยืมหอกสนองคืนผู้ใช้ของสกุลมู่หยง แต่อันนั้นคงต้องมีรายละเอียดประกอบอีกเยอะ คงไม่ใช่สี่ตำลึงปัดพันชั่งเพียวๆ แน่

เอาเป็นว่าก็พอหอมปากหอมคอกับ "สี่ตำลึงปัดพันชั่ง" ถ้าข้อมูลใดๆ ผิดพลาดหรือไม่ค่อยละเอียดมากต้องขออภัยเพราะเรียกทุกอย่างมาจากความทรงจำ - -" แหะๆ

แล้วคราวหน้าจะมาอัพอย่างสม่ำเสมอไม่แอบอู้อีกน้า (กลัวตัวเองอู้จริงๆ )

2005/Aug/29

กลับมาแล้วคร้าบ ^^ ไม่ได้อัพซะนานเลยนะเนี่ย พอดีช่วงที่ผ่านมานั่งปั๊ม SRW @3 อยู่ แล้วสองอาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีงานด่วนพิเศษเข้ามาเยอะเชียว เลยไม่ได้แว้บเข้ามาเลย

เมื่อวันเสาร์นั่งดูหลุมดำแล้วผิดหวังจริงๆ คับ ถึงจะดูไปเล่นเกมไปแต่ก็ยังจับได้เลยว่าเนื่อหาแย่มาก นำเสนอแบบมั่วสุดๆ ผลก็คือรายการเลยโดนถล่มเละทั้งในบอร์ดตัวเองและตามบอร์ดใหญ่ๆ อย่างพันทิพย์ ก็แหม พูดไปด๊ายยย บอกว่าโดจินเป็นแนวโรคจิตมั่งล่ะ บอกว่าการ์ตูนไทยไม่มีมั่งล่ะ แถมเอาคอสเพลเข้ามาเกี่ยวได้อย่างไรมิรู้ เข้าใจนะว่ารายการต้องการนำเสนออะไร แล้วก็ไม่ได้ค้านเพราะการ์ตูนที่ไม่ดีมันก็มีอยู่จริงๆ และเราก็ควรจะหาทางกำจัดการ์ตูนแบบนั้นออกไป แต่ข้อมูลมันบิดเบือนไปเยอะอย่างที่เขาพูดๆ กันนั่นแหละ แสดงออกถึงความไม่รู้จริงของทีมงาน ไม่น่าเอามานำเสนอเลย คนที่เขาไม่ได้อยู่ในวงการการ์ตูนเขาจะคิดอย่างไรเพราะเล่นนำเสนอแต่แง่ลบอย่างเดียว ที่สำคัญคือเป็นแง่ลบแบบเข้าใจผิดๆ อีกตะหาก ผู้ใดไม่รู้เรื่องไปติดตามข่าวสารได้ ณ http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A3698492/A3698492.html หรือจะไปดูรายการย้อนหลังก่อนตัดสินใจได้ที่เว็บของทีวีบูรพาจ้า (อย่าลืมไปบอร์ดที่โดนถล่มล่ะ)

มาพูดแบบนี้สงสัยต้องถูกหาว่าเป็นพวกคลั่งการ์ตูนมาเข้าข้างพวกเดียวกัน แต่ว่ารายการนำเสนออกมาไม่ดีจริงๆ นิ เพราะสิ่งที่รายการสื่อออกมามันอาจจะทำให้เกิดความตื่นตัวของพ่อแม่ผู้ปกครองก็จริง แต่มันก็แฝงความเข้าใจแบบผิดๆ ตามออกมาด้วยมากกกกกกกกกเลยทีเดียว

ไม่ได้จะมาคาดคั้นอะไรหรอก แต่อยากเห็นความรับผิดชอบของรายการมั่งน้า โดนกระแสติติงกันขนาดนี้ น่าจะไปทำการบ้านมาใหม่เยอะๆ คราวหน้าจะได้ไม่โดนถล่มยับขนาดนี้อีก เสียดายอุตส่าห์เป็นรายการคุณภาพแท้ๆ

เอาล่ะ เลิกบ่นๆๆ กันดีกว่า

และเพื่อให้เข้ากับชื่อเรื่องวันนี้ เราจึงจะนำเสนออะไรที่มันเข้ากั๊น เข้ากัน กับคำว่าหลุมดำ นั่นคือ...

"บ่อโลหิตอัศจรรย์" ยอดวิชาในคัมภีร์ทองแดนอสูรนั่นเอง เอง เอง เอง

ถ้าใครได้อ่านสุดขั้วยุทธภพก็คงจะรู้ว่าแต่ละวิชาในเรื่องเว่อร์สุดฤทธิ์กันเลยทีเดียว บ่อโลหิตอัศจรรย์ก็เป็นหนึ่งในนั้น รูปลักษณ์ของมันคล้ายหลุมดำอย่างที่เห็นในรูป อะไรที่เผลอโดนดูดเข้าไปในนั้นแล้วจะไม่ได้กลับมาอีก อย่างเช่น แขนของวีรชนเที่ยงแท้ เป็นต้น แล้วที่เห็นลอยๆ อยู่นั่นไม่ได้ลอยนิ่งๆ นะงับ แต่ขยับได้ตามใจผู้ใช้ ถ้าใครเคยเล่นเกมแนวชู๊ตติ้งทั้งหลายไอ้นี่ก็เปรียบเสมือนบาเรียวิ่งวนไปมานั่นแล แต่ตอนแรกมันก็มีแค่บ่อเดียวแหละคับ หลังๆ นี่ ทั้งหวงตี้ปิง และฟู่หย่ามอ ใช้กันทีคนละหลาย(สิบ)บ่อ แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะลอยไปลอยมาเป็นได้แค่บาเรียอย่างเดียว เพราะวิชานี้สามารถใช้ร่วมกับ "พิรุณแปรปรวน"ที่ปกติจะเป็นอุตกาบาตตกจากฟ้า แต่นี่เรียกให้พุ่งออกมาจากบ่อได้เลย เอากะเขาสิ นอกจากนั้นแล้วฟู่หย่ามอยังใช้วิชานี้ร่วมกับสายธารแห่งเวลา ใช้เพิ่มพลังมารให้ผู้คน แถมยังใช้เป็นบ่อวาร์ปคล้ายๆทฤษฎี "รูหนอน" ที่ใช้เดินทางข้ามสถานที่ได้อีกตะหาก

น่าฝึกมั่งจริงๆ จะได้ไม่ต้องมานั่งเบื่อรถติด ^^

ไม่รู้จะเขียนอะไรแล้วงับ วิธีฝึกก็ไม่รู้ซะด้วย - -" บลอควันนี้ก็จะมาบ่นเรื่องหลุมดำซะโหน่ยแค่นั้นแล

แล้วเอาไว้รอผมกลับออกมาจากตำหนักเทพกลับตาลปัตรก่อน แล้วจะมาเล่ารายละเอียดละกันเน้อ...

2005/Jul/27

ในที่สุดก็มาถึงตอนจบของคู่ขวัญยุทธภพตอนจบแล้วงับ บอกไปแล้วว่าตอนสุดท้ายนี้จะเขียนถึงคู่รักในดวงใจ หลังจากที่เขียนถึงจอมยุทธกับสาวงามไปแล้ว...

คู่รักคู่ขวัญที่ผมชอบมากที่สุด คิดว่าก็คนอื่นก็คงชอบเหมือนๆ กันงับ นั่นคือ "เอี้ยก้วย" กะ "เซียวเล่งนึ้ง" นั่นเอง ในความเห็นผมนะ ผมว่าเขาเป็นคู่ที่แสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์และความหมายของคำว่าความรักไม่มีกฏเกณฑ์ได้ดี ใครเคยอ่านหรือเคยดูก็คงจะรู้กันอยู่แล้วว่าคู่นี้เขาเป็นความรักระหว่างศิษย์-อาจารย์ ต้องเจอแรงกดดันและแรงต่อต้านมากขนาดไหนจากคนรอบข้าง และระบบจารีตในสมัยนั้น - - ผมว่าแม้แต่ในสมัยนี้ก็ตาม ถ้าศิษย์กับอาจารย์เกิดรักกันแบบชู้สาวขึ้นมาจริงๆ คนในสังคมก็ยังคงมองอย่าง...ไม่ดีอยู่เหมือนกัน

เรื่องของการรอคอยคนที่รักอยู่ 16 ปี ก็เหมือนกัน คนหนึ่งตกหน้าผา อีกคนถูกหลอกว่าคนรักโดนพาตัวไปรักษา ณ แดนไกลเป็นคนทั่วไปจะมีสักกี่คนที่จะรอคนที่รักที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นหรือตายอยู่ถึง 16 ปี ถึงแม้อึ้งย้งจะหลอกอย่างเป็นจริงเป็นจังว่าเล่งยี้ถูกพาไปรักษาแต่ผมว่าในใจเอี้ยก้วยเองก็คิดอยู่เหมือนกันว่า เซียวเล่งนึ้ง คงตายไปแล้วแต่ที่ยังรออยู่ก็เหมือนกับหลอกตัวเองให้ยังหายใจต่อได้อีก 16 ปี โชคดีว่าตอนหลังมาโดดผาที่เดียวกันเลยได้เจอกันใต้ผา...

อีกหนึ่งอุปสรรค์ความรักที่ผมคิดว่าพิสูจน์ใจทั้งคู่ได้ดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ เซียวเล่งนึ้งเสียตัวให้คนอื่นไปแล้ว (เพราะนึกว่าเป็นเอี้ยก้วย) ในขณะที่อีกคนหนึ่งพิการแขนขาดไปข้าง ผมว่าดีนะ เป็นคู่พระนางที่ไม่สมบูรณ์แบบมากๆ คู่หนึ่ง แต่ความรักที่ให้กันมันปิดข้อเสียพวกนี้ได้หมด

และสิ่งสุดท้ายที่ผมชอบสุดๆ คือ รอกันอยู่ 16 ปี เอี้ยก้วยเปลี่ยนความคิดถึงให้เป็นสุดยอดวิชาฝ่ามือ "ฝ่ามือโศกอาดูร" (เป็นวิชาที่มีหลายชื่อมากแล้วแต่คนแปลแต่ละเจ้า - -") อึ้งเอี้ยซื้อยังบอกว่าในโลกนี้คงมีคนเดียวที่ประฝ่ามือกับเอี้ยก้วยได้คือ ก๊วยเจ๋ง ขนาดจ้าวธรรมจักรทองอุตส่าห์ไปอัพเลเวลมาแล้วตอนหลังยังเจอทีเดียวดับอนาถ... ข้อเสียเพียงหนึ่งเดียวของวิชานี้คือ ต้องใช้ความรู้สึกเป็นตัวนำ เพราะงั้นตั้งแต่เจอเซียวเล่งนึ้งใต้หน้าผาก็ไม่ได้ใช้อีกเลยจนจ้าวธรรมจักรทองเจือกจับเซียวเล่งนึ้งไปนั่นแหละ - - ม่ะรอดเลย

ภาพขณะใช้เพลงกระบี่สาวหยก เพลงกระบี่คู่ที่ดีที่สุดในโลก ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือ มันใช้ทำร้ายใครไม่ได้น่ะสิ - -"

จบเรื่องของพี่เอี้ยและเล่งยี้ ต่อไปจะเป็นคู่รักคู่พิเศษ - - - -

นั่นคือ ตงฟางปุ๊ป่าย กับ แฟนหนุ่ม (ขออภัยที่จำชื่อไม่ได้งับ) ถ้าใครได้อ่านนิยายก็จะรู้ว่าตงฟางปุ๊ป่ายโผล่มาฉากเดียวแล้วตายเลยในฉากนั้น (แต่ในหนังใหญ่หรือหนังชุดจะยืดให้ยาวกว่านั้นมาก) เป็นตัวละครที่บทน้อยมากแต่มีพลังสุดๆ แล้วก็ดังสุดๆ ด้วย (อาจเป็นเพราะหนังมันดังด้วย แต่ถ้าตัวละครมันไม่เจ๋งจริงก็คงไม่มีใครคิดจะเอาตัวละครไปขยายอย่างนั้นนะ) ผมว่าทุกคนจำตงฟางปุ๊ป่ายได้ แต่จำชื่อเยิ่นหว่อสิน (พ่ออิ๋งอิ๋ง) ไม่ได้ด้วยซ้ำถ้าเป็นออสการ์ก็คงเหมือนที่ จูดี้ เดนส์ ได้รางวัลจาก เชกสเปรียอินเลิฟ ทั้งๆ ที่ทั้งเรื่องเล่นแค่ 8 นาทีนั่นแหละ

ผมว่าสาเหตุที่ตัวละครมีพลังมากทั้งๆ ที่บทน้อยขนาดนี้เป็นเพราะองค์ประกอบหลายอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นตงฟางปุ๊ป่ายนั้น "สุดยอด" และการปรากฏเพียงฉากเดียวนั้นก็เป็นฉากที่ "สุดยอด" จริงๆ

ตลอดทั้งเรื่องคนอ่านจะถูกปลูกฝังว่าตงฟางปุ๊ป่ายนั้น เก่งไร้เทียมทานวิชาที่ฝึกก็พิสดารต้องตัด...ทิ้งจนไม่ชายไม่หญิง เป็นคนกระหายชื่อเสียง ตำแหน่ง ลาภยศ โหดเหี้ยมอำมหิต จนในที่สุดก็ยึดผาไม้ดำมาเป็นของตัวเองจนได้- - - - - แต่พอตงฟางปุ๊ป่ายโผล่มาจริงๆ เรากลับได้เห็นสิ่งที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เราได้เห็นตงฟางปุ๊ป่ายที่พบสัจธรรมของตัวเอง ไม่ต้องการตำแหล่ง ลาภยศ ใดๆ อีก ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและความต้องการเพียงหนึ่งเดียวคือ "ได้ใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ตัวเองรัก" (คนที่บริหารผาไม้ดำจริงๆ คือแฟนหนุ่มคนนั้น?!?)

ความสุดยอดต่อมาคือ ความเก่ง ถึงจะโผล่มาสู้แค่ฉากเดียว แถมตายอีกตะหากแต่ไม่ได้หมายความว่าสู้แพ้ ผมว่าคนที่ได้อ่านคงจะมีความรู้สึกคล้ายกันคือ "เก่งโคตร" ในนิยายไม่เหมือนในหนังนะงับที่ยิงเข็มปิ้วๆ ซัดด้ายทีสิบแปดหลอด ถ้าผมจำไม่ผิดในนิยายเขาใช้แค่นิ้วชี้กับนิ้วโป้งมือขวาคีบเข็มหนึ่งเล่ม แล้วสู้ด้วยการใช้เข็มแทง แค่เนี้ยแหละ แต่ชนะเล้งฮู้ชง เยิ่นหว่อสิน เยิ่นอิ๋งอิ๋ง และ... (อีกคนจำไม่ได้อ่ะฑูตซ้าย???) ชนะแบบขาดลอยซะด้วย...ผมว่าเป็นหนึ่งในฉากต่อสู้ที่เร้าใจมากของโลกกำลังภายใน

และสุดยอดสุดท้าย ให้เข้ากับหัวเรื่องคู่ขวัญยุทธภพหน่อย นั่นคือ เรื่องของความรักงับ แบบว่า โผล่มาฉากเดียวแต่แสดงออกด้านความรักสุดๆ ก็บอกแล้วว่าโผล่มาฉากเดียวตายเลยนั้นไม่ได้เกิดจากสู้แพ้ แต่ตายตามคนรักตะหาก - - - เป็นจุดอ่อนเดียวแต่ก็เป็นจุดที่แสดงให้เห็นถึงมิติของตัวละครได้ดี แถมยังสร้างพลังได้สุดๆ เป็นหนึ่งในฉากสำคัญที่ไม่ว่าจะเอาไปทำเป็นเวอร์ชั่นไหนก็จะต้องมี...

สมชื่อมากๆ ตงฟางปุ๊ป่าย - - บูรพาไม่แพ้ (ผมว่านี่เป็นหนึ่งในชื่อศักดิ์สิทธิ์ของวงการนี้นะ เป็นสัญลักษณ์ของวงการได้เลย)

จบซีรี่ย์คู่ขวัญยุทธภพงับ มีตงฟางปุ๊ป่ายแจมนิดนึง... ความจริงก็ยังมีคู่อื่นอีกมาก แต่ผมว่าทุกคนก็คงรู้จักกันดีอยู่แล้วล่ะ ^^