ตี แปลว่า กด ทำให้เข้ากัน
ลัญจกร แปลว่า รูปแบบ หรือตราที่ประทับ
ตีลัญจกร จึงเป็นศัพท์บัญญัติที่หมายถึง การทำมือเป็นตรา เป็นรูปแบบ
ลัญจกร ที่นำมา ตี นั้นมาจากหัตถ์พระพุทธองค์ หรือ ปางมือ ของพระอรหันต์ 500 องค์ ในพุทธศาสนานิกายมหายานและวัชรยานในทิเบต ซึ่งแตกต่างจากปางมือในพุทธศาสนานิกายหินยาน
ปางมือ ในพุทธศาสนาหินยานเป็นปางมืออย่างหนึ่ง ในสายวัชรยานก็อีกอย่างหนึ่ง ทั้งหมดมี 590 กว่าท่า แบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ รักษาโรค, แผ่เมตตา และเจริญปัญญา ซึ่งก็คือเคลื่อนลมปราณนั่นเอง
ส่วนปางมือเก้าคำศักดิ์สิทธิ์นั้นมาจากตำราลัทธิเต๋าผอพ่อจื่อ แต่งโดยเก๋อหงสมัยราชวงศ์ตังจิ้น มีเนื้อความว่า "ผู้เผชิญกองทัพส่วนเรียงรายอยู่เบื้องหน้า มองอย่างพินิจโดยไม่หลีกลี้" โดยเก้าคำศักดิ์สิทธิ์ที่นำมาเป็นปางมือนั้นคือ
"ผู้เผชิญทัพล้วนเรียงรายเบื้องหน้า"
ริน - เบียว - โต - ฉะ - ไค - จิน - เร็ทสุ - ไซ - เซ็น
(ออกเสียงตามสำเนียงภาษาญี่ปุ่น)

เก้าคำศักดิ์สิทธิ์เน้นที่จิตวิญญาณ ไม่เน้นรูปลักษณะ เคล็ดการฝึกปางมือเก้าคำศักดิ์สิทธิ์มีดังต่อไปนี้
"ยามเคลื่อนปางมือไปข้างหน้าให้ผ่อนลมหายใจออก
ยามดึงปางมือกลับมาให้สูดลมหายใจเข้า
ยามยกปางมือขึ้นบนให้ผ่อนลมหายใจออก
ยามดึงปางมือกลับมาให้ผ่อนลมหายใจเข้า
ขณะฝึกปางมือให้รวมศูนย์ประสาทและจิตสำนึกไปที่ปลายนิ้วตลอด
ขณะฝึกจะต้องเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไม่ให้ขาดตอนดุจสายน้ำ
ตอนยกปางมือไปข้างหน้า หรือเหนือหัวจะต้องใส่แรงเข้าไปชั่วพริบตาด้วย ฝึกปางมือได้ทุกเวลา และไม่จำกัดสถานที่"
ความหมายของปางมือทั้งเก้าคือ
ริน (เผชิญ) - คือการมุ่งใจที่ไม่หวั่นไหว เรียกว่า ปางพื้นฐานไม่เคลื่อน เพื่อไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากทั้งปวงและมีพลังกายที่เข้มแข็ง
เบียว (ทัพ) - คือการทำให้มีอายุยืน ปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ และเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต เรียกว่า ปางวัชระ
โต (สู้) - คือความกล้าหาญที่จะยืนหยัดต่อสู้ เรียกว่า ปางราชสีห์นอก
ฉะ (ผู้) - คือการช่วยเยียวยา รักษา หรือบำบัดผู้อื่น เรียกว่า ปางราชสีห์ใน
ไค (ล้วน) - คือการเข้าใจจิตใจของผู้อื่น เรียกว่า ปางร้อยรัดนอก
จิน (เรียง) - คือการรู้จักชะตากรรมของตนเองและเปลี่ยนแปลงมันได้ เรียกว่า ปางร้อยรัดใน
เร็ทสุ (แถว) - คือการมุ่งช่วยเหลือผู้อื่นเป็นหลักเพราะสำเร็จกิจของตนแล้ว เรียกว่า ปางหมัดปัญญา
ไซ (อยู่) - คือการดิ่งลึกลงเรื่อยๆ ในการช่วยเหลือผู้อื่น เรียกว่า ปางดวงสูรย์
เซ็น (เบื้องหน้า) - คือการกลายเป็นพุทธะ เรียกว่า ปางกุณฑี
การผนึกปางมือต้องรวมกาย - วาจา - ใจ ให้เป็นหนึ่งเดียว เป็นการทำสมาธิและฝึกลมปราณรูปแบบหนึ่ง ในนิยายกำลังภายในหรือแม้แต่การ์ตูนหลายเรื่องก็นำวิชาปางมือนี้ไปใช้ เช่น ฉีจื่อหลิง (มังกรคู่สู้สิบทิศ : หวงอี้)ลุ้ยซุ่ง (ชุดสุยอดศัสตราวุธ : อุนสุ่ยอัน)รวมไปถึงการใช้กระบวนท่าฝ่ามือยูไลที่เคยนำเสนอไปแล้วจะเห็นว่าก่อนจะใช้แต่ละกระบวนท่าตัวเอกก็ต้องผนึกปางมือก่อนเช่นกัน
การทำปางมือนั้นผู้ใช้ต้องสวดมนต์หรือออกเสียงควบคู่ไปด้วย เพราะเชื่อว่าเสียงจะช่วยปรับการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายให้เคลื่อนไหวกลับมาทำงานอย่างเป็นระเบียบ (ในกรณีฉีจื่อหลิงการตวาดคำศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นการทำลายสมาธิคู่ต่อสู้ด้วยเช่นกัน)
การทำปางมือก็เปรียบเสมือนตัวเชื่อมระหว่างเสียงสวดกับอวัยวะภายใน ซึ่งก่อนอื่น ต้องมีพื้นฐานความเข้าใจก่อนว่าตามภูมิปัญญาตะวันออกนั้น ในร่างกายของเราที่เคลื่อนไหวได้นั้น เกิดจากทำงานได้ด้วยระบบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การขับดันของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
อวัยวะในร่างกายแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งให้พลังหยิน อีกฝ่ายหนึ่งให้พลังหยาง
ฝ่ายที่ให้พลังหยิน คือ หัวใจ ปอด ไต ม้าม ตับ เยื่อหุ้มหัวใจ
ฝ่ายที่ให้พลังหยาง คือ กระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ถุงน้ำดี ฯลฯ
หยาง-หยินคือขั้วบวก-ขั้วลบนั่นเอง
ในหัวใจจึงมีโมเลกุลที่เรียงตัวเป็นเหนือ-ใต้ เหนือ-ใต้ เรียงตัวเป็นระเบียบมันก็จะสั่นสะเทือนและจะเป็นคลื่นวิ่งไปตามเส้นลมปราณต่าง ๆ
ในฝ่ามือเราจะเหมือนกับฝ่าเท้า คือ มีจุดสะท้อนของอวัยวะภายใน, มีเส้นลมปราณ 6 เส้น ด้านหน้า 3 เส้น ด้านหลัง 3 เส้น มือข้างหนึ่งมี 6 เส้น ถ้ามือสองข้างรวมกันเป็น 12 เส้น การประนมมือเป็นท่าต่าง ๆ คือ กด รัด พับ เชื่อม เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาที่เส้นลมปราณสะท้อนไปถึงอวัยวะภายใน
ร่างกายเมื่อได้รับการกด รัด พับ เชื่อม ในการทำปางมือต่างๆ ตามที่ได้ฝึกฝนมาแล้ว จะเกิดการเคลื่อนไหว เมื่อถึงจุดหนึ่งมือจะหมุนขึ้นมาเองโดยที่ไม่ได้ตั้งใจจะทำ
ปางมือแบบนี้ญี่ป่นเรียกว่า คุจิ-อิง ในสมัยก่อนถือเป็นหัวใจของการฝึกวิชานินจาเลยทีเดียว ซึ่งการฝึกปางมือนี้ก็คือการฝึกจิตของตนให้เข้าถึงแก่นแท้สรรพสิ่งทั้งมวล เมื่อเข้าใจถึงแก่นแท้แล้วก็จะเข้าใจความสัมพันธ์ของที่มาแห่งพลังต่างๆ และสามารถนำพลังนั้นออกมาใช้ได้โดยไม่เกิดอันตรายกับตนเอง
ศาสตร์แห่งนินจาเชื่อว่าการประสานมือเป็นการโอบล้อมทำให้เกิดพลัง อันประกอบด้วยธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ (ชิ - ซุย - ฟุ - กะ) เมื่อผู้ใช้ตั้งมั่นอยู่ในสมาธิอันแน่วแน่จะสามารถบังคับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอารมณ์ สภาพบรรยากาศอันกดดัน และผนึกสมาธิให้ตั้งมั่นได้อย่างสูงสุด ซึ่งรากฐานของการประสานมือนี้ก็ถูกผนึกให้เข้ากับการกำหนดลมหายใจแบบวิปัสนาของพุทธ
เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นการทำปางมือในแบบของนินจา หรือนิยายกำลังภายในก็ล้วมมีที่มาเหมือนกัน นั่นคือการทำสมาธิและฝึกจิตในแบบพุทธศาสนา เป้าหมายสูงสุดของการทำปางมือไม่ใช่เพื่อให้เอาไว้สู้กับใคร แต่มีไว้เพื่อมุ่งชำระใจของตนให้ถึงซึ่งพุทธะนั่นเอง
edit @ 2005/06/12 23:51:24