2005/May/18

ตี แปลว่า กด ทำให้เข้ากัน

ลัญจกร แปลว่า รูปแบบ หรือตราที่ประทับ

ตีลัญจกร จึงเป็นศัพท์บัญญัติที่หมายถึง การทำมือเป็นตรา เป็นรูปแบบ

ลัญจกร ที่นำมา ตี นั้นมาจากหัตถ์พระพุทธองค์ หรือ ปางมือ ของพระอรหันต์ 500 องค์ ในพุทธศาสนานิกายมหายานและวัชรยานในทิเบต ซึ่งแตกต่างจากปางมือในพุทธศาสนานิกายหินยาน

ปางมือ ในพุทธศาสนาหินยานเป็นปางมืออย่างหนึ่ง ในสายวัชรยานก็อีกอย่างหนึ่ง ทั้งหมดมี 590 กว่าท่า แบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ รักษาโรค, แผ่เมตตา และเจริญปัญญา ซึ่งก็คือเคลื่อนลมปราณนั่นเอง

ส่วนปางมือเก้าคำศักดิ์สิทธิ์นั้นมาจากตำราลัทธิเต๋าผอพ่อจื่อ แต่งโดยเก๋อหงสมัยราชวงศ์ตังจิ้น มีเนื้อความว่า "ผู้เผชิญกองทัพส่วนเรียงรายอยู่เบื้องหน้า มองอย่างพินิจโดยไม่หลีกลี้" โดยเก้าคำศักดิ์สิทธิ์ที่นำมาเป็นปางมือนั้นคือ

"ผู้เผชิญทัพล้วนเรียงรายเบื้องหน้า"
ริน - เบียว - โต - ฉะ - ไค - จิน - เร็ทสุ - ไซ - เซ็น
(ออกเสียงตามสำเนียงภาษาญี่ปุ่น)

เก้าคำศักดิ์สิทธิ์เน้นที่จิตวิญญาณ ไม่เน้นรูปลักษณะ เคล็ดการฝึกปางมือเก้าคำศักดิ์สิทธิ์มีดังต่อไปนี้

"ยามเคลื่อนปางมือไปข้างหน้าให้ผ่อนลมหายใจออก
ยามดึงปางมือกลับมาให้สูดลมหายใจเข้า
ยามยกปางมือขึ้นบนให้ผ่อนลมหายใจออก
ยามดึงปางมือกลับมาให้ผ่อนลมหายใจเข้า
ขณะฝึกปางมือให้รวมศูนย์ประสาทและจิตสำนึกไปที่ปลายนิ้วตลอด
ขณะฝึกจะต้องเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไม่ให้ขาดตอนดุจสายน้ำ
ตอนยกปางมือไปข้างหน้า หรือเหนือหัวจะต้องใส่แรงเข้าไปชั่วพริบตาด้วย ฝึกปางมือได้ทุกเวลา และไม่จำกัดสถานที่"

ความหมายของปางมือทั้งเก้าคือ

ริน (เผชิญ) - คือการมุ่งใจที่ไม่หวั่นไหว เรียกว่า ปางพื้นฐานไม่เคลื่อน เพื่อไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากทั้งปวงและมีพลังกายที่เข้มแข็ง

เบียว (ทัพ) - คือการทำให้มีอายุยืน ปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ และเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต เรียกว่า ปางวัชระ

โต (สู้) - คือความกล้าหาญที่จะยืนหยัดต่อสู้ เรียกว่า ปางราชสีห์นอก

ฉะ (ผู้) - คือการช่วยเยียวยา รักษา หรือบำบัดผู้อื่น เรียกว่า ปางราชสีห์ใน

ไค (ล้วน) - คือการเข้าใจจิตใจของผู้อื่น เรียกว่า ปางร้อยรัดนอก

จิน (เรียง) - คือการรู้จักชะตากรรมของตนเองและเปลี่ยนแปลงมันได้ เรียกว่า ปางร้อยรัดใน

เร็ทสุ (แถว) - คือการมุ่งช่วยเหลือผู้อื่นเป็นหลักเพราะสำเร็จกิจของตนแล้ว เรียกว่า ปางหมัดปัญญา

ไซ (อยู่) - คือการดิ่งลึกลงเรื่อยๆ ในการช่วยเหลือผู้อื่น เรียกว่า ปางดวงสูรย์

เซ็น (เบื้องหน้า) - คือการกลายเป็นพุทธะ เรียกว่า ปางกุณฑี

การผนึกปางมือต้องรวมกาย - วาจา - ใจ ให้เป็นหนึ่งเดียว เป็นการทำสมาธิและฝึกลมปราณรูปแบบหนึ่ง ในนิยายกำลังภายในหรือแม้แต่การ์ตูนหลายเรื่องก็นำวิชาปางมือนี้ไปใช้ เช่น ฉีจื่อหลิง (มังกรคู่สู้สิบทิศ : หวงอี้)ลุ้ยซุ่ง (ชุดสุยอดศัสตราวุธ : อุนสุ่ยอัน)รวมไปถึงการใช้กระบวนท่าฝ่ามือยูไลที่เคยนำเสนอไปแล้วจะเห็นว่าก่อนจะใช้แต่ละกระบวนท่าตัวเอกก็ต้องผนึกปางมือก่อนเช่นกัน

การทำปางมือนั้นผู้ใช้ต้องสวดมนต์หรือออกเสียงควบคู่ไปด้วย เพราะเชื่อว่าเสียงจะช่วยปรับการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายให้เคลื่อนไหวกลับมาทำงานอย่างเป็นระเบียบ (ในกรณีฉีจื่อหลิงการตวาดคำศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นการทำลายสมาธิคู่ต่อสู้ด้วยเช่นกัน)

การทำปางมือก็เปรียบเสมือนตัวเชื่อมระหว่างเสียงสวดกับอวัยวะภายใน ซึ่งก่อนอื่น ต้องมีพื้นฐานความเข้าใจก่อนว่าตามภูมิปัญญาตะวันออกนั้น ในร่างกายของเราที่เคลื่อนไหวได้นั้น เกิดจากทำงานได้ด้วยระบบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การขับดันของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

อวัยวะในร่างกายแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งให้พลังหยิน อีกฝ่ายหนึ่งให้พลังหยาง

ฝ่ายที่ให้พลังหยิน คือ หัวใจ ปอด ไต ม้าม ตับ เยื่อหุ้มหัวใจ

ฝ่ายที่ให้พลังหยาง คือ กระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ถุงน้ำดี ฯลฯ

หยาง-หยินคือขั้วบวก-ขั้วลบนั่นเอง

ในหัวใจจึงมีโมเลกุลที่เรียงตัวเป็นเหนือ-ใต้ เหนือ-ใต้ เรียงตัวเป็นระเบียบมันก็จะสั่นสะเทือนและจะเป็นคลื่นวิ่งไปตามเส้นลมปราณต่าง ๆ

ในฝ่ามือเราจะเหมือนกับฝ่าเท้า คือ มีจุดสะท้อนของอวัยวะภายใน, มีเส้นลมปราณ 6 เส้น ด้านหน้า 3 เส้น ด้านหลัง 3 เส้น มือข้างหนึ่งมี 6 เส้น ถ้ามือสองข้างรวมกันเป็น 12 เส้น การประนมมือเป็นท่าต่าง ๆ คือ กด รัด พับ เชื่อม เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาที่เส้นลมปราณสะท้อนไปถึงอวัยวะภายใน

ร่างกายเมื่อได้รับการกด รัด พับ เชื่อม ในการทำปางมือต่างๆ ตามที่ได้ฝึกฝนมาแล้ว จะเกิดการเคลื่อนไหว เมื่อถึงจุดหนึ่งมือจะหมุนขึ้นมาเองโดยที่ไม่ได้ตั้งใจจะทำ

ปางมือแบบนี้ญี่ป่นเรียกว่า คุจิ-อิง ในสมัยก่อนถือเป็นหัวใจของการฝึกวิชานินจาเลยทีเดียว ซึ่งการฝึกปางมือนี้ก็คือการฝึกจิตของตนให้เข้าถึงแก่นแท้สรรพสิ่งทั้งมวล เมื่อเข้าใจถึงแก่นแท้แล้วก็จะเข้าใจความสัมพันธ์ของที่มาแห่งพลังต่างๆ และสามารถนำพลังนั้นออกมาใช้ได้โดยไม่เกิดอันตรายกับตนเอง

ศาสตร์แห่งนินจาเชื่อว่าการประสานมือเป็นการโอบล้อมทำให้เกิดพลัง อันประกอบด้วยธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ (ชิ - ซุย - ฟุ - กะ) เมื่อผู้ใช้ตั้งมั่นอยู่ในสมาธิอันแน่วแน่จะสามารถบังคับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอารมณ์ สภาพบรรยากาศอันกดดัน และผนึกสมาธิให้ตั้งมั่นได้อย่างสูงสุด ซึ่งรากฐานของการประสานมือนี้ก็ถูกผนึกให้เข้ากับการกำหนดลมหายใจแบบวิปัสนาของพุทธ

เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นการทำปางมือในแบบของนินจา หรือนิยายกำลังภายในก็ล้วมมีที่มาเหมือนกัน นั่นคือการทำสมาธิและฝึกจิตในแบบพุทธศาสนา เป้าหมายสูงสุดของการทำปางมือไม่ใช่เพื่อให้เอาไว้สู้กับใคร แต่มีไว้เพื่อมุ่งชำระใจของตนให้ถึงซึ่งพุทธะนั่นเอง


edit @ 2005/06/12 23:51:24

Comment

Comment:

Tweet


เป็นการรวบรวมพลังลมปราณแล้วก็เกิดพลังแปลกใหม่ออกมาสินะ
มีอยู่เกมส์หนึ่งใช้แบบนี้โดยตรง แต่ไม่ทั้งหมดนะ

Tenchu น่ะ ลองเข้าไปหาเล่นดูสิ
#15 by Keng (115.67.221.250) At 2011-01-24 21:43,
#14 by (125.26.121.156) At 2010-09-29 14:27,
#13 by วันชนะ สอนดี (125.26.121.156) At 2010-09-29 14:27,
forcings surface international
#12 by krystineha (216.45.58.187) At 2010-08-16 06:02,
กำลังหาข้อมูลในการเขียนนิยายให้เพื่อนเสิร์ทเกี่ยวกับคำศักสิทธิ์นี้ พอดีมาตกปุ่ลงที่บล็อคนี้เอง ช่วยได้เยอะเลยอ่ะ ขอบคุณมากนะคะ

ลป.....ไหงมองไปมองมาเจอชื่อตานีปลายหวีเหี่ยวในบล้อคนี้ได้หวาเนี่ย
#11 by mrs.tachibana (125.24.246.201) At 2007-08-06 21:52,
Great work!
http://npsudryl.com/znyh/yjhy.html | http://gnfywlvr.com/doqc/xlwh.html
#10 by (218.112.100.68) At 2006-07-25 19:09,
อะไรของมึงว่ะเนี่ยจะดูรูปของนักแสดงมังกร
#9 by อาย หนองแขม (61.19.235.1) At 2006-04-12 13:59,
เข้ามาอ่านครับ
#8 by ขลุ่ยผุไร้สำเนียง (61.19.162.77) At 2006-01-18 18:42,
ตอบ #6 จะยกไปทางไหนก็ได้ครับ แล้วก็จริงๆ แล้วไม่ต้องยกไปไหนแค่ยกมาข้างหน้าก็พอแล้วล่ะครับ เพราะความสำคัญของมันคือสมาธิกับการกดมือให้ถูกจุดน่ะ
#7 by ท่านพี่บ้อเช็ง At 2005-09-24 00:48,
แล้วอันไหนยกขึ้นลงอันไหนไปซ้ายขวาล่ะคะ
#6 by uregus At 2005-09-15 08:50,
ตอบอา P.S. จะทำทีเดียว 9 ท่า หรือจะทำทีละท่าก็ได้งับ ไม่จำเป็นต้องเริ่มที่ "ริน" แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับท่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจิต-สมาธิของเราเป็นหลักงับ จะผนึกปางเดียวทั้งวันก็ได้เช่นกัน ซึ่งเมื่อเราฝึกถึงระดับที่มือหมุนขึ้นเองได้แล้วเขาก็จะทำไล่ไปทั้ง 9 ท่าได้ (ให้สังเกตว่าความหมายของปางมือจะเริ่มตั้งแต่ขั้นสามัญไปจนถึงกลายเป็นพุทธะ) การทำทีเดียว 9 ท่าแล้วจิต-สามธิไล่ระดับตามขึ้นไปได้นั้นก็คือการเข้าถึงพุทธะตามหลักศาสนาพุทธนั่นเอง

ตอบแล้วทำให้งงขึ้นอ่ะป่าวหว่า
#5 by ท่านพี่บ้อเช็ง At 2005-05-19 14:22,
เพิ่งรู้เนี่ยแหละ ว่านอกจากนินจาเค้าก็ทำอย่างนี้กันด้วย
แล้วเวลาผนึกอิงหรือทำปางมือนี่เค้าพรวดๆๆๆ ทำ 9 ท่าต่อเนื่องเลยเหรอครับ หรือว่าเปลี่ยนไปทีละท่าแล้วแต่ขณะจิต
#4 by P.S. At 2005-05-18 15:21,
สงสัยต้องไปพลิกพระไตรปิฎกอ่านซะมั่งแล้วเรา
#3 by ~|[ Kitty Cat's KiD ]|~ At 2005-05-18 13:49,

ไอ้เราก็ว่าเคยเห็นสัญลักษณ์นี้ในการ์ตูนญี่ปุ่น นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะมีความเกี่ยวเนื่องสลับซับซ้อนได้ขนาดนี้ (หัดประสานมือบ้าง ฮึบ)

แล้วตกลงท่านจะยึดแนวจีนหรือแนวญี่ปุ่นล่ะท่าน จะได้ปรับโหมดถูก
#2 by Tanii (58.10.57.182) At 2005-05-18 13:40,
#1 by Tan (58.10.57.182) At 2005-05-18 13:38,